เมืองจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืนอย่างไร?

เมืองจะฟื้นตัวอย่างยั่งยืนได้อย่างไร? เมื่อ “Resilience” คือมากกว่าการกลับมาเหมือนเดิม

     ท่ามกลางความท้าทายจากวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือเศรษฐกิจที่ผันผวน “การฟื้นตัวของเมือง” ไม่อาจหมายถึงเพียงการกลับไปสู่จุดเดิมอีกต่อไป แต่ต้องเป็นการก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนกว่าเดิม

     บทความนี้สรุปสาระสำคัญจากเวที “Living Forward: Pathways to Resilient Recovery มองไปข้างหน้า สู่เส้นทางการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน” ภายในงาน มิตรทอล์ค #1 Story Hack Thailand: Creating City Experience for Destination Recovery & Resilience ณ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งสะท้อนมุมมองสำคัญต่อการออกแบบอนาคตของเมืองผ่านแนวคิด Resilience และ MICE

Resilience: การฟื้นตัวที่ต้อง “ดีกว่าเดิม”

     บทเรียนจากสถานการณ์น้ำท่วมในหาดใหญ่ ทำให้เห็นชัดว่า Resilience ไม่ใช่เพียงการ “ฟื้นกลับมา” แต่คือการ “ยกระดับ” เมืองให้พร้อมรับมือกับอนาคต

     หากเมืองได้รับความเสียหายถึง 90% เป้าหมายของการฟื้นฟูไม่ควรหยุดแค่ Recovery แต่ต้องเป็นการ Build Back Better เพื่อสร้างระบบเมืองที่แข็งแรงกว่าเดิม ทั้งในมิติของโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของผู้คน

     การวัดความสำเร็จของการฟื้นตัวจึงต้องพิจารณาใน 3 แกนหลัก ได้แก่
     [1] ระบบเมือง (System) ที่ต้องกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น การคมนาคมและบริการสาธารณะ
     [2] ผู้คน (People) ที่ต้องสามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ
     [3] กิจกรรม (Activity) ที่สะท้อนความคึกคักของเศรษฐกิจและสังคมในเมือง

     ในระยะเร่งด่วน เครื่องมือสำคัญคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะ Soft Loan วงเงินสูง และมาตรการผ่อนผันด้านสินเชื่อ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว

     ขณะเดียวกัน “การสื่อสาร” ก็เป็นอีกหัวใจสำคัญ เมืองต้องสามารถส่งสัญญาณได้อย่างชัดเจนว่า “พร้อมแล้ว” ทั้งในมิติการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักเดินทาง

เมื่อ “เมือง” คือแพลตฟอร์มของประสบการณ์

     การฟื้นฟูเมืองในยุคใหม่ ต้องมองเมืองเป็นมากกว่าพื้นที่ทางกายภาพ แต่คือ “แพลตฟอร์มของประสบการณ์” ที่ต้องถูกออกแบบอย่างมีกลยุทธ์

     แนวคิดสำคัญประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ Absorb, Adapt และ Attract

Absorb คือความสามารถของเมืองในการรองรับและทนต่อวิกฤต โดยต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรงและยืดหยุ่นต่อภัยพิบัติ

Adapt คือการเตรียมความพร้อมเชิงระบบ เช่น การมีคู่มือบริหารจัดการวิกฤต และแนวปฏิบัติร่วมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

Attract คือการสร้างความน่าสนใจให้กับเมือง ผ่านมาตรฐานและความเชื่อมั่น เช่น การรับรองสถานที่จัดงาน หรือการสร้างเครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่เข้าถึงได้รวดเร็ว

     ในบริบทของ MICE แนวคิด Continuity Corridor มีบทบาทสำคัญในการออกแบบเมืองให้สามารถ “ดำเนินกิจกรรมต่อได้แม้ในภาวะวิกฤต” ทั้งในมิติของโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการพื้นที่ และระบบการสื่อสาร

 “ตัวอย่างเช่น ย่านที่มี convention hall หรือ venue ควรมีระบบแจ้งเตือนและการจัดการข้อมูลแบบ real-time เพื่อรองรับทั้งผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมงาน”

นอกจากนี้ การใช้ “งานไมซ์” เป็นเครื่องมือพัฒนาเมือง เช่น งานดนตรีหรือเทศกาลอย่าง Jazz Hatyai ยังช่วยสร้างความหลากหลายของผู้เข้าร่วม ทั้งในและต่างประเทศ เกิดการใช้จ่าย และเติมชีวิตชีวาให้กับเมืองได้อย่างมีนัยสำคัญ

การเติบโตอย่างยั่งยืน เริ่มจาก “ตัวตนของเมือง”

     ในระยะยาว เมืองที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน คือเมืองที่เข้าใจและสามารถ “ขายความเป็นตัวเอง” ได้อย่างชัดเจน

     การสร้าง Uniqueness ผ่านงาน MICE เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ โดยเฉพาะการออกแบบประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของเมืองอย่างแท้จริง

     หาดใหญ่ถือเป็นตัวอย่างที่มีศักยภาพ ด้วยจุดแข็งด้านอาหารและความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งไทย จีน และมุสลิม ซึ่งสอดคล้องกับการได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร (Creative City of Gastronomy)

     ในขณะเดียวกัน การรักษา “Resilience” ของเมืองไว้ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ หาดใหญ่จึงไม่ใช่เพียงเมืองที่ฟื้นตัวได้ แต่เป็นเมืองที่ “พร้อมรับมือ” กับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

     ท้ายที่สุด การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อสร้าง Joint Business Ecosystem ที่เชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน

บทสรุป: เมืองแห่งอนาคต คือเมืองที่ “ฟื้นตัวเป็น”

     การฟื้นตัวของเมืองในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการเยียวยา แต่คือการออกแบบอนาคต

     เมืองที่สามารถก้าวข้ามวิกฤตได้อย่างแท้จริง คือเมืองที่ไม่เพียง “กลับมา” แต่สามารถ “เติบโตต่อ” บนพื้นฐานที่แข็งแรงกว่าเดิม ใช้จุดแข็งของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับผู้คน

     เพราะในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ ความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) ไม่ใช่แค่ทางเลือก—but คือ “ความได้เปรียบ” ของเมืองในระยะยาว